# จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Bitcoin ถูกขุดครบ 21 ล้านเหรียญ

- URL: https://entertostart.co/what-happens-to-bitcoin-after-21-million-are-mined/
- Date: 2022-09-19
- Category: คริปโต (https://entertostart.co/category/article/crypto/)
- Image: https://entertostart.co/company-img/what-happens-to-bitcoin-after-21-million-are-mined/Feature%20Image.jpg

## KEY TAKEAWAYS

- Bitcoin มีอุปทานสูงสุดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ และจะถูกขุดครบเมื่อปี 2140

- Bitcoin มีกระบวนการที่เรียกว่า halving อยู่ คือเมื่อทุกๆ 210,000 บล็อกถูกขุด หรือประมาณทุกๆ 4 ปี รางวัลที่แต่ละบล็อกจะให้ bitcoin แก่ผู้ขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง

- เมื่อ Bitcoin ถูกขุดจนครบ 21 ล้านเหรียญ มันจะกลายเป็นของหายาก, และนักขุดที่อยู่ในระบบก็จะได้รางวัลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมแทน

- หากนักขุดไม่อยู่ในระบบเพื่อคอยยืนยันธุรกรรม เครือข่ายของ Bitcoin ก็จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และนั่นจะทำให้ผู้คนขาดความเชื่อมั่นใน Bitcoin และนำไปสู่การล่มสลายในที่สุด

หลายคนทราบกันดีว่า บิทคอยน์ (Bitcoin: BTC) มีอุปทานสูงสุด (maximum supply) ทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ เมื่อขุดจนครบแล้วมันจะไม่สามารถมี bitcoin เพิ่มขึ้นมาบนโลกนี้ได้อีก แล้วอย่างนี้หลายคนคงอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ bitcoin ขุดครบ 21 ล้านเหรียญ?

TABLE OF CONTENTS ** **

1. [เมื่อไหร่ Bitcoin จึงจะถูกขุดครบ 21 ล้านเหรียญ](#section_1)

2. [เมื่อ Bitcoin ถูกขุดจนครบ 21 ล้านเหรียญจะเป็นอย่างไร](#section_2)

3. [จะเกิดอะไรขึ้น หากนักขุดไม่อยู่ในระบบเพื่อคอยยืนยันธุรกรรมของ Bitcoin?](#section_3)

## เมื่อไหร่ Bitcoin จึงจะถูกขุดครบ 21 ล้านเหรียญ

แต่ก่อนที่เราจะได้คำตอบว่าหากขุด bitcoin ได้ครบ 21 ล้านเหรียญจะเป็นอย่างไร เราก็คงต้องรู้กันก่อนว่าเหตุการณ์ bitcoin ครบ 21 ล้านเหรียญนั้นจะไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยนักวิชาการคาดการณ์ว่ากว่า bitcoin จะขุดจนครบก็คือเมื่อปี 2140 โน่นเลย

อีกตั้งร้อยกว่าปี ทั้งๆ ที่ bitcoin ที่ยังไม่ถูกขุดออกมาเหลือไม่ถึงสองล้านเหรียญด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะ bitcoin มีกระบวนการที่เรียกว่า halving อยู่ คือเมื่อทุกๆ 210,000 บล็อกถูกขุด หรือประมาณทุกๆ 4 ปี รางวัลที่แต่ละบล็อกจะให้ bitcoin แก่ผู้ขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อปี 2009 แต่ละบล็อกจะให้รางวัลนักขุดบล็อกละ 50 BTC หลังจากการ Halving ครั้งแรก (ประมาณปี 2013) รางวัลจะลดลงเหลือบล็อกละ 25 BTC และหลังจากนั้นก็จะลดลงเหลือบล็อกละ 12.5 และ 6.25 BTC ตามลำดับ นี่คือกระบวนการที่ซาโตชิ นากาโมโตะได้สร้างไว้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเงินเฟ้อของ bitcoin

*Bitcoin เหรียญใหม่ๆ จะถูกใส่เข้าไปในทุกบล็อกในเครือข่าย Bitcoin แบะจำนวน Bitcoin ในบล็อกก็จะถูกลดลงในทุกๆ 210,000 บล็อก หรือประมาณทุกๆ 4 ปี ซึ่งนั่นทำให้กว่าจะขุด Bitcoin ครบ 21 ล้านเหรียญก็คือปี 2140 | แหล่งข้อมูล [River](https://river.com/learn/how-is-the-bitcoin-price-determined/)*

แต่ทั้งนี้แม้ความจริงที่ว่าอุปทานสูงสุดของ bitcoin มี 21 ล้านเหรียญ แต่อุปทานหมุนเวียนหรือ bitcoin ที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้จริงๆ จะมีน้อยกว่านั้น โดยบริษัท Chainalysis ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลได้คาดการณ์ว่ากว่า 1 ใน 5 ของ bitcoin ที่ถูกขุดแล้วในปัจจุบันได้สูญหายไปจากหลายสาเหตุ เช่น เก็บอยู่ในกระเป๋าคริปโตที่เจ้าของกระเป๋าลืม Private Key (กุญแจส่วนตัวที่ใช้ในการเข้าถึงกระเป๋า) หรือโอน bitcoin ไปผิด หรือทำฮาร์ดไดรฟ์หาย เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าจากเหตุการณ์สมมุติที่ยกมา bitcoin ไม่ได้หายไปไหน มันยังมีอยู่ในโลกดิจิทัล แต่ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้

## เมื่อ Bitcoin ถูกขุดจนครบ 21 ล้านเหรียญจะเป็นอย่างไร

ต่อให้เป็นอีกกว่าร้อยกว่าปี bitcoin จึงจะถูกขุดจนครบ แต่อย่างไรคำถามที่ว่าหลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นคำถามที่น่าสนใจเหลือเกินอยู่ดี

### บิทคอยน์จะกลายเป็นของหายาก?

เมื่อเหรียญทั้งหมดถูกขุดขึ้นมาหมดแล้วมันย่อมส่งผลกระทบต่อราคา หากในตอนนั้นความต้องการ bitcoin ยังคงเติบโต มันก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาของ bitcoin พุ่งสูงขึ้น นั่นเพราะมันกลายเป็นของหายากที่มีจำนวนจำกัด หากคุณต้องการ bitcoin คุณจะไม่สามารถสร้างหรือขุดมันมาจากไหนได้ แต่คุณจะต้องซื้อต่อจากผู้ที่ครอบครองอยู่แล้วนั่นเอง

### ค่าธรรมเนียมคือค่าตอบแทนของนักขุด

ในส่วนของนักขุดซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของระบบบล็อกเชนของ bitcoin ก็จะได้รับผลกระทบ คือเมื่อเหรียญทั้งหมดถูกขุดมันจะถูกส่งเข้าไปยังตลาดและเกิดการหมุนเวียน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็คือนักขุดจะทำกำไรจากการขุดเหมือง bitcoin ได้น้อยลง เพราะพวกเขาไม่ได้รับ bitcoin เป็นรางวัลจากบล็อกแล้ว (ก็มันหมดแล้วนี่นา) แต่การทำธุรกรรมต่างๆ โดยใช้ bitcoin เป็นเงินจะยังคงเกิดขึ้น และยังต้องการ node เพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมอยู่ ดังนั้นนักขุดจึงจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมแทน อันที่จริงในปัจจุบันนักขุดก็สร้างกำไรจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของ bitcoin เช่นกัน แต่สร้างรายได้ได้น้อยกว่ารางวัลจากบล็อก โดยในปัจจุบัน นักขุดสามารถขุด bitcoin ได้ประมาณ 900 BTC ต่อวัน แต่จะได้รับค่าธรรมเนียมประมาณ 60 – 100 BTC ต่อวันเท่านั้น (ต่างกันเกือบสิบเท่าทีเดียว)

### ความเชื่อมั่น! สิ่งสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของ Bitcoin

ในอนาคตเมื่อ bitcoin ถูกขุดจนครบแล้ว ความสำคัญที่มันมีต่อโลกดิจิทัลหรือโลกเสมือนจริงนั่นแหละจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของมัน หมายถึงหาก bitcoin ยังมีความสำคัญมาก ผู้คนต้องการมัน ผู้คนใช้มันซื้อขายสิ่งของ เหล่านักขุดก็จะยังคงอยู่ในระบบบล็อกเชนของ bitcoin เพื่อยืนยันธุรกรรมที่เกิดขึ้นแม้จะไม่มีรางวัลในบล็อกเป็นแรงจูงใจอีกต่อไป และหากเป็นเช่นนั้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของ bitcoin ก็จะสูงขึ้นมากพอที่จะยื้อให้นักขุดยังคงอยู่ในระบบ อย่างที่นายเบน โจว CEO ของบริษัท ByBit ได้คาดการณ์ไว้ว่าค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของบิทคอยน์จะสูงขึ้นเหมือนอย่างที่มันเคยเกิดขึ้นในตลาดกระทิงเมื่อปี 2017 โดยเขาได้กล่าวว่า “การ halving จะทำให้ได้รับรางวัลน้อยลงเรื่อยๆ และจนกว่า bitcoin เหรียญสุดท้ายจะถูกขุดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมก็จะมีความสำคัญมากขึ้น”

ไม่เพียงค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่อาจจะทำให้นักขุดยังคงอยู่ในระบบบล็อกเชนคือการลดค่าพลังงานไฟฟ้าลง โดยนายอีริค แอนซิโอนี (Eric Anziani) ซึ่งเป็น CEO ของ Crypto.com ได้กล่าวไว้ว่า “ในมุมมองของเรา หาก bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีได้รับการยอมรับมากขึ้น ราคาของมันก็ควรเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อชดเชยรางวัลที่น้อยลงต่อบล็อกจากการ halving นอกจากนี้กระบวนการทำเหมืองยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นและพลังงานหมุนเวียนได้รับความนิยม ดังนั้นค่าไฟฟ้าของนักขุดจะลดลง จึงทำให้พวกเขาจะยังคงอยู่ในระบบและรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายต่อไป’

แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาของมหาวิทยาลัยปริ๊นซ์ตัน (Princeton University) เมื่อปี 2016 ได้บอกไว้ว่าค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพอให้นักขุดยังคงอยู่ในระบบบล็อกเชนของ bitcoin และมันจะทำให้เกิด ‘ผลกระทบที่น่าหนักใจ (troubling consequences)’ ต่ออนาคตความปลอดภัยของ bitcoin

## จะเกิดอะไรขึ้น หากนักขุดไม่อยู่ในระบบเพื่อคอยยืนยันธุรกรรมของ Bitcoin?

และหากในอนาคตค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอให้นักขุดยังคงอยู่ในระบบ คำถามต่อไปคือ แล้วจะเป็นอย่างไรหากนักขุดทั้งหมดออกจากระบบบล็อกเชนของ bitcoin?

คำตอบก็คือการซื้อขายโดยใช้ bitcoin จะไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป นั่นเพราะนักขุดคือผู้ตรวจสอบความถูกต้องให้ธุรกรรมทั้งหมดมีความปลอดภัย เมื่อไม่มีนักขุด มันก็ไม่มีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ซึ่งนั่นจะนำไปสู่ความไม่เชื่อถือ เสื่อมความนิยม และล่มสลายของ bitcoin ในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นเพียงการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญจากการอาศัยข้อมูลที่พบเห็นได้ในปัจจุบันเท่านั้น ทั้งนี้ระบบนิเวศของ bitcoin เองก็ยังคงพัฒนาอยู่ ดังนั้นมันจึงมีแนวโน้มที่ตัว bitcoin จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่แม้จะพัฒนามากน้อยเพียงใด จำนวนอุปทานสูงสุดของ bitcoin ก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง มันเคยถูกกำหนดไว้ว่ามี 21 ล้านเหรียญอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

**References :** [Investopedia](https://www.investopedia.com/tech/what-happens-bitcoin-after-21-million-mined/), [Cnbctv18(1)](https://www.cnbctv18.com/cryptocurrency/what-happens-after-all-bitcoins-are-mined-and-network-reaches-its-final-cap-of-21-million-13022482.htm), [Cnbctv18(2)](https://www.cnbctv18.com/cryptocurrency/explained-what-happens-when-all-21-million-bitcoins-are-mined-11886092.htm), [Learn.bybit](https://learn.bybit.com/crypto/21-million-bitcoin-limit-mined/), [Decrypt](https://decrypt.co/33124/what-will-happen-to-bitcoin-after-all-21-million-are-mined)

---

**Credits ****Content Creator : **กนกศักดิ์ เรือนทอง **Graphic Designer : **ศุภัชฌา ใช้สติ **Admin : **ณิชากร วิทยาวิวัฒน์สกุล** ****Editor : **ประเสริฐ หงษ์สุวรรณ
