# เลือกคู่ชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ ทำไมถึงตัดสินใจเลือกคนที่ใส่ Dior

- URL: https://entertostart.co/the-glory-and-storytelling-of-christian-dior/
- Date: 2023-01-12
- Category: การตลาด (https://entertostart.co/category/article/business/business-marketing/)

## KEY TAKEAWAYS

- บทเรียนจากซีรีส์ The Glory การเลือกภรรยาจากแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่ สื่อให้เห็นทัศนคติการตัดสินคนว่าเห็นภรรยาเป็นเพียงเครื่องตอบสนองทางเพศและตัดสินคนอย่างผิวเผินเพียงจากแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่

- แล้วทำไม Dior จึงมีผลต่อการตัดสินใจขนาดนั้น นั่นก็เพราะเรื่องเล่าของแบรนด์ Dior ทำให้คนใส่ดูรวยเพราะราคาแพง ดูสวยเพราะมีการออกแบบที่ดี และดูดีเพราะเบื้องหลังแบรนด์มีเรื่องเล่าดีๆ มากมาย

- การตัดสินคนจากแบรนด์เป็นเรื่องผิวเผินมาก แต่กับคนที่มองภรรยาเป็นเพียงเครื่องประดับทางสังคม ผู้หญิงที่พยายามสร้างภาพให้ภายนอกตัวเองดูรวย ดูสวย และดูดีจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมาก

- นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างที่สื่อให้เห็นว่าเมื่อผู้คนพูดถึง Dior แล้วรู้สึกอย่างไรนั่นเอง

“เพราะเธอแต่งตัวน้อยชิ้นที่สุด และทุกชิ้นเป็น Dior” เป็นเหตุผลที่ตัวละคร ‘ฮาโดยอง’ จากซีรีส์ The Glory บอกกับ ‘ยองจิน’ ภรรยาของเขาเมื่อเธอถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกแต่งงานกับเธอ ทั้งๆ ที่ดูตัวกับผู้หญิงตั้ง 3 คน ประโยคเดียวสื่อให้เห็นทัศนคติการตัดสินคนของฮาโดยองในมุมกว้าง สะท้อนว่าเขาเห็นภรรยาเป็นเพียงเครื่องตอบสนองทางเพศและตัดสินคนอย่างผิวเผินเพียงจากแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่

TABLE OF CONTENTS ** **

1. [ดูรวย](#section_1)

2. [ดูสวย](#section_2)

3. [ดูดี](#section_3)

คำถามที่น่าสนใจในมุมมองธุรกิจคือแนวทางการสร้างแบรนด์ของ Dior มันส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนได้อย่างไร ส่งผลมากแค่ไหน ทำไมผู้ชายที่ ‘เพอร์เฟค’ อย่างฮาโดยองจึงมองว่าผู้หญิงที่สวมดิออร์นั้น ‘ดีพอ’ ที่จะเป็นภรรยาของเขา เรามาพิจารณากัน

## ดูรวย

ประการแรกที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือ Dior เป็นแบรนด์ Luxury ที่มีราคาสูง พิจารณาจากกระเป๋า Dior ที่ราคาถูกที่สุดในปีที่แล้วก็ปาไปที่ราคา 1,140 ดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 บาทเข้าไปแล้ว นั่นหมายถึงนี่ไม่ใช่แบรนด์ที่เข้าถึงคนทุกคนได้ ต้องเป็นคนมีฐานะทางสังคมพอสมควรจึงจะสามารถซื้อ Dior มาใส่ แล้วกับผู้หญิงที่ใส่ Dior ทั้งตัวก็สามารถการันตีได้พอสมควรว่าเธอต้องเป็นคนที่มีฐานะดี

## ดูสวย

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ Dior อยู่มาได้นาน 77 ปีนั่นก็เพราะตัวสินค้าเองมีคุณภาพ ใช้เนื้อผ้าคุณภาพดี มีการตัดเย็บที่หรูหรา ประณีต มีเอกลักษณ์และปลุกความเย้ายวน หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นมากๆ คือคอลเลคชั่น New Look เมื่อปี 1947 ตอนนั้นวงการแฟชั่นซบเซาจากสงคราม เสื้อผ้าของผู้หญิงค่อนข้างมีความทะมัดทะแมง แต่ New Look ก็ออกแบบใหม่ให้เสื้อผ้ามีสัดส่วนใหญ่ เอวคอด หน้าอกและสะโพกโต ลดความเป็นแมสคิวลีนลงและเพิ่มความเป็นเฟมินีน เปิดเผยเสน่ห์แห่งความเป็นหญิงและเย้ายวนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความสวยให้กับผู้หญิง

*ลักษณะเสื้อผ้าคอลเลคชั่น Dior New Look 1947 | ภาพจาก [Vogue](https://www.vogue.fr/fashion/article/dior-bar-jacket-from-1947-to-today-archives-secrets-story), [Ladyjojosboutique](https://ladyjojosboutique.wordpress.com/2011/07/13/christian-diors-new-look-of-the-1940s-and-1950s/)*

## ดูดี

อะไรที่ทำให้คนใส่ Dior แล้วดูดี มันก็คือเรื่องเล่าของแบรนด์ ตลอดระยะเวลากว่า 77 ปี Dior สร้างเรื่องเล่าของแบรนด์มาอย่างหลากหลายและช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์อย่างมาก เริ่มมาตั้งแต่เรื่อง Passion ของผู้ก่อตั้งอย่างคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ที่ครอบครัวและสังคมอยากให้เรียนรัฐศาสตร์แต่เขากลับมีความหลงใหลในศิลปะและแฟชั่นจนสามารถสร้างแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ได้

*Christian Dior ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่น Dior | ภาพจาก [Lifestyleasia](https://www.lifestyleasia.com/hk/style/fashion/legacy-style-christian-dior-legend-revolutionised-fashion-every-way/)*

Dior ยังมีภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดี ผ่านพรีเซนเตอร์ที่ล้วนเป็นผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน บุคคลเหล่านั้นได้แก่ วิคตัวร์ ดูเตโร (Victoire Doutreleau), (โจเซฟิน เบเกอร์) Josephine Baker, (นาตาลี พอร์ตแมน) Natalie Portman และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jenifer Lawrence) ฯลฯ

Dior ยังถูกเล่าเรื่องให้เป็นแบรนด์ที่เหมาะกับชั้นสูง โดย Christian Dior ได้รับเชิญให้ไปจัดแสดงคอลเลคชั่นแก่ราชวงศ์อังกฤษเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เจ้าหญิงราเนีย เจ้าหญิงไดอาน่า ฯลฯ ราชวงศ์เหล่านี้ต่างเป็นลูกค้าของแบรนด์ Dior ทั้งนั้น

*เจ้าหญิงไดอาน่ากับกระเป๋า Dior | ภาพจาก [Vouge(1)](https://www.vogue.co.uk/fashion/article/princess-diana-lady-dior-bag), [Vouge(2)](https://www.vogue.fr/fashion/article/from-princess-diana-to-today-the-history-of-the-iconic-lady-dior-bag), [Image-cdn](https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fhypebeast.com%2Fwp-content%2Fblogs.dir%2F6%2Ffiles%2F2021%2F09%2Flady-dior-designer-bag-princess-diana-price-where-to-buy-maria-grazia-chiuri-tw.jpg?w=960&cbr=1&q=90&fit=max)*

แน่นอนว่าการตัดสินคนจากแบรนด์เนมที่ใส่ถือเป็นการตัดสินที่ผิวเผินมาก นิฮิล บัคชี (Nikhil Bakshi) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Dineout เคยกล่าวไว้ว่า “อย่าตัดสินคนจากเสื้อผ้าที่สวม หัวใจที่รุ่มรวยอาจพบได้ใต้เสื้อผ้าที่ยากจน” ดังนั้นคุณค่าของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่ แต่อยู่ที่เนื้อในและตัวตนต่างหาก

แต่กับผู้ชายอย่างฮาโดยอง ด้วยความที่เขาเป็นคนที่เพอร์เฟคทั้งหน้าตาและฐานะ ดังนั้นมุมมองการเลือกภรรยาของเขาจึงแทบไม่ต่างจากการเลือกเครื่องประดับทางสังคมสักชิ้น และผู้หญิงอย่างยองจินที่พยายามสร้างภาพให้ภายนอกตัวเองดูรวย ดูสวย และดูดีก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมาก

เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon เคยกล่าวไว้ว่า “แบรนด์ของคุณคือสิ่งที่คนอื่นพูดถึงเมื่อคุณไม่ได้อยู่ในห้อง” และการตัดสินใจเลือกคู่ครองของฮาโดยองโดยอาศัยแค่ใส่เสื้อผ้าด้วยแบรนด์ Dior ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สื่อให้เห็นว่าผู้คนกำลังพูดถึง Dior อย่างไร

**References:** [Blog.theluxurycloset](https://blog.theluxurycloset.com/2014/02/27/clothes-christian-dior/), [Instyle](https://www.instyle.com/fashion/history-of-dior), [Artsandculture](https://artsandculture.google.com/story/kwWhkHJ-Ok8UIg?hl=en), [Harpersbazaar](https://www.harpersbazaar.com/wedding/bridal-fashion/g33267232/couture-wedding-dresses-2020/), [Mirror](https://mirrorthailand.com/culture/100783)

---

**Graphic Ideas:** – ผู้ออกแบบเลือกใช้สีดำเป็นสีพื้นหลัง แทนถึงความเรียบหรูในฉบับของ Dior โดยมีชื่อแบรนด์กำกับอยู่ด้านหลัง – ข้อความ “เพราะเธอแต่งตัวน้อยชิ้นที่สุด และทุกชิ้นเป็น Dior” เป็นประโยคที่ตัวละคร ‘ฮาโดยอง’ จากซีรีส์ The Glory ตอบกลับ ‘ยองจิน’ ภรรยาของเขาเมื่อเธอถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกแต่งงานกับเธอ ทั้งๆ ที่ดูตัวกับผู้หญิงตั้ง 3 คน – หุ่นลองชุดสวมชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ Dior ที่เรียบหรู สง่างามและถูกออกแบบอย่างประณีต ตั้งอยู่บน Platform ยกสูง สอดคล้องกับความเหนือระดับของแบรนด์ Dior เยื้องไปทางขวา มีมือยื่นกล่องใส่แหวนสีแดงกำมะหยี่ เป็นภาพคุ้นตาที่บ่งบอกถึงความต้องการแต่งงานด้วยของอีกฝ่าย – จัดองค์ประกอบภาพแบบดุลยภาพแบบสมมาตร (Symmetry Balance) หรือความสมดุลแบบซ้ายขวาเท่ากันทั้งสองฝั่ง เพื่อเสริมความหนักแน่นและโดดเด่นของเครื่องแต่งกายภายใต้ชื่อแบรนด์ Dior – โดยรวมแล้ว งานออกแบบชิ้นนี้จึงสื่อถึง “การตัดสินใจเลือกคู่ครองผ่านเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมอย่าง Dior โดยฝ่ายที่หมั้นหมายไม่ได้สนถึงตัวตนของผู้สวมใส่เลยแม้แต่น้อย”

---

**Credits** **Content Creator :** กนกศักดิ์ เรือนทอง **Graphic Designer :** ศุภัชฌา ใช้สติ **Admin : **ณิชากร วิทยาวิวัฒน์สกุล **Editor :** ประเสริฐ หงษ์สุวรรณ
