# 7 ข้อผิดพลาดของนักลงทุนในการใช้ Technical Analysis

- URL: https://entertostart.co/7-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%83/
- Date: 2023-07-27
- Category: ความรู้ (https://entertostart.co/category/education/)
- Author: Enter to Start Team (https://entertostart.co/author/entertostart-team/)
- Image: https://entertostart.co/tag-img/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99.jpg

สำหรับนักลงทุนทุกคน น่าจะได้เห็นการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ Technical Analysis (TA)ในการวิเคราะห์ตลาดการเงิน ทั้งหุ้น, Forex หรือสกุลเงินดิจิทัล ดูเหมือนว่า TA จะมีอยู่ในทุกๆ ที่

แม้ว่าการทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของ Technical Analysis จะดูเหมือนง่าย แต่การเรียนรู้ศิลปะแบบนี้ให้เชี่ยวชาญก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากกว่าที่คิดเหมือนกัน

บรรดามือใหม่ เราอาจจะพบกับอุปสรรคมากมาย ซึ่งในตลาดการเงิน เมื่อเราเกิดความผิดพลาด มันอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินที่หามาอย่างยากลำบาก ดังนั้น กุญแจสู่ความสำเร็จจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้จากความผิดพลาดของคุณ แต่ยังต้องหลบเลี่ยงมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วันนี้ เรามาดูกันว่า 7 ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้ Technical Analysis มีอะไรบ้าง

**1. ไม่ยอมตัดขาดทุน (Not cutting your losses)**

เกร็ดความรู้จากนักลงทุนชื่อดัง Ed Seykota เขาบอกไว้ว่า องค์ประกอบของการเทรดที่ดีคือ 1. ยอมตัดขาดทุน 2. ยอมตัดขาดทุน และ 3. ยอมตัดขาดทุน หากคุณปฏิบัติตามกฏสามนี้ได้ คุณก็จะมีโอกาส

นี้อาจดูเหมือนขั้นตอนง่ายๆ แต่จริงเป็นอะไรที่ส่งผลอย่างมาก เพราะการลงทุนเหมือนการออกเรือในสภาพอากาศที่มีพายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือเราต้องมุ่งเน้นการไม่แพ้ มากกว่าที่จะชนะ คุณสามารถเริ่มต้นการลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆ หรือให้ดีกว่านั้นคือการใช้ Paper-Trading ฝึกฝนโดยไม่ต้องใช้เงินจริง เพื่อที่คุณจะสามารถทดลองกลยุทธ์ในการลงทุนของคุณโดยไม่ต้องเสียเงินจริง

รู้จักการยอมตัดขาดทุน (Cut-loss) ให้เป็นนิสัย ควรมีจุดที่คุณยอมรับว่าการตัดสินใจของคุณผิดและยอมเสมอ การลงทุนที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว สามารถทำลายพอร์ตของคุณได้เลย การยึดติดอยู่กับ Position ของคุณและรอให้ตลาดกลับตัวอย่างสิ้นหวังเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง

**2. ลงทุนแบบเกินตัว (Overtrading)**

หากคุณทำการซื้อขายบ่อยๆ คุณอาจตกหลุมพรางของการคิดว่า คุณจะเป็นจะต้องอยู่กับการซื้อขายตลอดเวลา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การซื้อขายหรือการลงทุนจำเป็นจำต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์และการรออย่างมาก ซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้องเทรดตลอดเวลาก็ได้

Jesse Livermore ผู้บุกเบิกการ Day-Trading เคยกล่าวไว้ว่า “เงินมาจากการรอ ไม่ใช่การเทรด” ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงและใช้ประโยชน์จากการซื้อขาย ในบางสภาวะตลาด การนั่งรอเฉยๆ เพื่อรักษาเงินทุน และรอให้โอกาสทองเข้ามา มันก็คงจะดีกว่า

**3. อยากเอาคืน (Revenge Trading)**

ฉากทั่วไปในโลกของการลงทุนคือ เทรดเดอร์พยายามที่จะชดเชยเงินที่เสียไปในทันที ซึ่งเขาเรียกว่า Revenge Trading ไม่ว่าสไตล์การลงทุนของคุณจะเป็นแบบไหน การตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

การทำตัวให้สงบเมื่อน้ำนิ่งเป็นเรื่องง่าย แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำใจให้เย็นเมื่อเกิดพายุ คุณสามารถทำตามแผนของคุณท่ามกลางความโกลาหลได้ไหม ? นี้แหละคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเทรดเดอร์ที่ดีที่สุด

การตัดสินใจแบบฉับพลันโดยใช้อารมณ์เพราะเกิดความสูญเสีย อาจนำไปสู่การสูญเสียที่มากขึ้น ดังนั้นเทรดเดอร์บางคนจึงเลือกที่จะหยุดพักหลังจากที่เทรดแพ้ เพื่อกลับมาให้ในภายหลังด้วยมุมมองที่ไม่เหมือนเดิม

**4. ดื้อรั้นต่อการเปลี่ยนแปลง (Stubbornness to Change)**

หากคุณใฝ่ฝันที่จะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จงยอมรับการเปลี่ยนแปลง สภาวะตลาดสามาถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และในฐานะนักลงทุน คุณต้องมี่ความคล่องตัวและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ กลยุทธ์ที่ทำงานได้สมบูรณ์ราวกับเวทมนต์ในวันนี้ อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าในวันหน้า

Pual Tudor Jones เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกวัน ผมจะคิดการลงทุนของผมผิดพลาด”

มันเป็นการฝึกจิตใจของคุณ เพื่อให้รู้จักมองในด้านตรงข้ามกับความคิดของตัวเอง ซึ่งอาจทำให้สามารถรู้ถึงจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การตัดสินใจครอบคลุมมากขึ้น

**5. ไม่คำนึงถึงสภาวะตลาด (Ignoring extreme market conditions)**

Technical Analysis มีแน้วโน้มที่จะสูญเสียความน่าเชื่อถือในสภาวะตลาดที่รุนแรง เช่น เหตุการณ์ Black Swan ที่ขับเคลื่อนตลาดด้วยอารมณ์และจิตวิทยามวลขล เหตุกาณ์เหล่านี้ทำให้เกิดอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลอย่างมาก

ลองดู Relative Strength Index (RSI) ซึ่งมักจะบ่งชี้ถึงสินทรัพย์ที่มีการขายมากเกินไปเมื่อค่าที่อ่านได้ลดลงต่ำกว่า 30 แต่อย่างไรก็ตาม นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าถึงเวลาที่จะต้องเข้าซื้อแล้ว

การอ่านค่าจากเครื่องมือทางเทคนิคโดยไม่พิจารณาปัจจัยอื่นๆ อาจนำไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งไม่มีเครื่องมือใดสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของตลาดที่รุนแรงได้

**6. ลืมว่า TA คือเรื่องของความน่าจะเป็น (Forgetting that TA is a game of probabilities)**

Technical Analysis ไม่ได้รับประกันความแน่นอนของผลลัพธ์ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความน่าจะเป็น คุณอาจใช้ TA ที่บอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด แต่มันก็ไม่แน่นอนเสมอไป

พึ่งระลึกไว้เสมอสร้างกลยุทธ์ของตัวเอง และหลีกเลี่ยงการสันนิษฐานว่าตลาดจะเป็นไปตามที่คุณคิด เพื่อหลีกเลี่ยงการ Overtrading และเสี่ยงต่อการขาดทุนจำนวนมาก

**7. ทำตามคนอื่นแบบไม่คิด (Blindly following other traders)**

หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในการลงทุน การขัดเกลาทักษะของตัวเองอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะที่การเรียนรู้จากเทรดเดอร์ที่ช่ำชองสามารถให้ความกระจ่างในเรื่องที่คุณสับสนได้ แต่การค้นหาจุดแข็งที่ไม่เหมือนใครของตัวเราเอง และสร้างมันขึ้นมานั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

แม้แต่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จก็มีกลยุทธ์ที่หลากหลายในการลงทุน วิธีที่ได้ผลสำหรับคนหนึ่ง อาจจะไม่ได้ผลสำหรับอีกคน การทำตามคนอื่นอาจจะดีในตอนแรก แต่สุดท้ายถ้าไม่เข้าใจแก่นแท้ของมัน ก็จะล้มเหลวในระยะยาว

วันนี้เราได้เน้นข้อผิดพลาดพื้นฐานที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค โปรดจำไว้ว่าเส้นทางของการเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมันเหมือนกับการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเร็ว ด้วยเวลาและการฝึกฝน คุณสามารถปรับแต่งกลยุทธ์ ระบุจุดแข็ง จุดอ่อนของการลงทุน และการตัดสินใจของคุณได้

Reference : [Binance](https://academy.binance.com/en/articles/7-common-mistakes-in-technical-analysis-ta)
